เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

อาการเมานั้นคือผลของการดื่มสุราแแอลกอฮอล์เข้าไปจนถึงระดับที่ร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ นั่นก็คือดื่มในปริมาณที่มากเกินไปนั้นเอง เมื่อเกิดอาการเมาขึ้นมาความสามารถในการขับขี่จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่ตามมาจากการ เมาแล้วขับ ก็คืออุบัติเหตุ  

 

ซึ่งจะเห็นได้จากค่าสถิติอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลหยุดยาว สาเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุคือ เมาแล้วขับ  เพื่อลดการโต้เถียงในเรื่องของคำจำกัดความของคำว่าเมา กฏหมายจึงมีการระบุปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านหรือตรวจที่โรงพยาบาลในช่วงที่นำตัวผู้ขับขี่ ทั้งในสภาพมีสติหรือไม่มีสติก็ตาม

 

การทำประกันภัยรถยนต์จึงเป็นที่แพร่หลายมากในปัจจุบัน ซึ่งการประกันรถยนต์นั้นมีทังภาคบังคับหรือที่เรียกง่ายๆเลยก็คือ การทำประกัน พ.ร.บ และการทำประกันภาคสมัครใจ (แล้วแต่เจ้าของรถยนต์จะสมัครใจทำ) ความคุ้มครองต่างๆนั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกัน ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองตัวผู้ทำประกัน หรือคุ้มครองผู้เสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ โดยการพิจารณาจากหลักฐานและข้อกฎหมายว่าฝ่ายใดเป็นถูกหรือฝ่ายใด้เป็นฝ่ายผิดและจะมีการชดใช้ค่าเสียหายหรือที่เรียกว่า ค่าสินไหม ให้กับทางผู้เสียหายนั้นๆต่อไป

เมาแล้วขับ ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทางหน่วยงานรัฐบาลจึงมีการรณรงค์ เพื่อลดความเสียหายเหล่านี้ รวมถึงการแก้ไขเงื่อนไขการชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากผู้ขับขี่เมาแล้วขับ ซึ่งถ้าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอลล์ เกินกว่า 50 มิลลิกรัม ในกระแสเลือด ทางประกันจะไม่ชดใช้ความเสียหายใดๆให้กับทางผู้ขับขี่ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังคงชดใช้ความเสียหายให้กับผู้เสียหายทั้งทางชีวิตและทรัพย์สิน โดยค่าเสียหายที่ชดใช้ให้กับทางผู้เสียหายนั้น จะถูกเรียกเก็บจากผู้ที่เป็นฝ่ายเมาแล้วขับที่สร้างความเสียหายขึ้นมานั้นเอง

ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ผู้ที่เมาแล้วขับและทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน นอกจากประกันจะไม่ชดใช้ความเสียหายให้แล้ว ยังจะต้องถูกเก็บเงินเพิ่มเพื่อนำไปชดเชยให้กับผู้เสียหายที่เป็นคู่กรณีอีกด้วย

เมื่อทราบดังนี้แล้ว ผู้ที่ขับขี่ต้องตระหนักถึงโทษจากการ เมาแล้วขับ ให้มากยิ่งขึ้น ควรวางแผนการเดินทาง ถ้าทราบว่าจะต้องไปงานเลี้ยง สังสรรค์ หรืออาจต้องมีการดื่มสุราหรือของมึนเมา ควรใช้บริการรถโดยสารหรือรถสาธารณะต่างๆ เช่น BTS แท็กซี่ หรือให้คนที่บ้านมารับเป็นต้น หรือถ้าจำเป็นจะต้องขับกลับควรจะจอดรถนอนพักในที่ปลอดภัยเพื่อให้หายจากอาการมึนเมาเสียก่อน เพราะชีวิตจริงไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายเสียหายทั้งนั้นในบางครั้งผู้ขับขี่ที่เมาก็อาจจะเป็นผู้เสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเองก็ได้ ถึงแม่ทุกหน่วยงานจะร่วมมือกันรณรงค์เพื่อลดความเสียหายลงก็ตาม แต่จะไม่มีทางได้ผลใดๆเลย ถ้าผู้ขับขี่ไม่ตระหนักและเริ่มต้นทำเป็นคนแรก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *