เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วเราจะต้องมาดูว่าเกิดอุบัติเหตุเเบบไหน โดยการเคลมนั้นมี 2 แบบ  1. เคลมสด 2. เคลมแห้ง โดยวันนี้เราจะมาบอกถึงการเคลมแห้งว่าจะเกิดขึ้นในกรณีแบบไหนและมีขั้นตอนการเคลมอย่างไร

** อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี้ เคลมสด

เคลมแห้ง

หรืออีกชื่อหนึ่ง บิวตี้เคลม เป็นการเกิดอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อยการเคลมแห้งเป็นการเคลมที่ไม่เรียกประกันแต่สามารถชะลอเวลาในการเข้าเคลมแห้งได้ โดยส่วนมากนั้นการเครมแห้งจะเกิดในกรณี ชนกำแพง ชนต้นไม้   เบียดเสา ก็สามารถเคลมได้ อีกทั้งการเคลมแห้งยังตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่การชนบางกรณีนั้นจะเสียค่าเสียส่วนแรก ( Excess ) แต่จะเสียจุดละ 1,000 บาท ต่อการเกิดอุบัติเหตุ  มี  2 กรณีดังนี้คือ

กรณีที่ 1 เป็นการชนโดยไม่เสียค่าเสียหายส่วนแรก

1.รถชนกับพาหนะอื่นและแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้

2.รถชนเสา หรือชนประตู

3.รถชนต้นไม้ยืนต้น หรือชนเสาไฟฟ้า

4.รถชนกำแพง

กรณีที่ 2 เป็นการชนโดยเสียค่าส่วนแรก

1.รถถูกขีดข่วน หรือถูกกลั่นแกล้ง

2.หินหรือวัสดุอื่นๆกระเด็นใส่

3.เฉี่ยวกิ่งไม้ สายไฟ หรือลวดหนาม

4.รถตกหลุม หรือครูดพื้นถนน

** อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี้ ค่าเสียหายส่วนเเรก ( Excess ) **

ขั้นตอนในการเคลมแห้ง

1. การแจ้งเหตุ

1.1 แจ้งซ่อมที่อู่และศูนย์บริการในเครือ เราสามารถกรอกใบเคลมที่อู่ หรือ เอาใบเคลมที่เราได้
กรอกแล้วให้กับอู่ เพื่อบันทึกเข้าระบบแจ้งเคลมออนไลน์ และ รับหมายเลขเคลมโดยอัตโนมัติ

2. ติดต่อรถเข้าซ่อม

2.1 เมื่อเรามีหมายเลขเคลมแล้ว เราสามารถเอารถเข้าซ่อมที่อู่และศูนย์บริการ
2.2 เพื่อการบริการที่รวดเร็ว ครบวงจร อู่หรือศูนย์บริการหรือร้านอะไหล่ จะแจ้งเคลม ตกลงราคา และวางบิลผ่านระบบอัตโนมัติออนไลน์กับบริษัทฯ

เอกสารที่ต้องใช่ในการเครม

1.ใบเคลมประกัน หรือ รับรองความเสียหาย
2.ใบขับขี่พร้อม
3.หน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
4.สำเนาทะเบียนรถ

           ดังนั้นผู้ทำประกันภัยรถยนต์ควรรู้จักการเคลมแห้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเองในการเจรจาต่อรองกับประกันภัยรถยนต์เพราะบริษัทประกันภัยรถยนต์บอกรายละเอียดไม่ครบ แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุควรรีบโทรเเจ้งประกันโดยทันที่แต่ถ้าไม่แน่ใจเราสามารถโทรสอบถามประกันได้