ค่าสินไหมทดแทน

ค่าสินไหมทดแทน หรือ บางคนอาจจะเรียกว่า ค่าทำขวัญ โดยที่บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายเป็นค่าสินไหมทดแทนในการเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ที่ประสบภัยในนามผู้ทำประกันภัย เพื่อชดเชยค่าเสียหายให้คู่กรณี

 

เมื่อเกิดอุบัติควรปฏิบัติดังนี้

1.ตั้งสติและรีบถ่ายรูปที่เกิดเหตุอาจจะถ่ายด้วยกล้องหรือโทรศัพท์มือถือ

2.ควรบันทึกทะเบียนรถของคู่กรณี รายละเอียดสีของรถ ยี่ห้อรถ รุ่นของรถ

3.เมื่อถ่ายรูปแล้วควรรีบเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัยและไม่ทำให้การจราจรติดขัด

4.โทรแจ้งประกันภัยเพื่อให้มายังจุดเกิดอุบัติเหตุ  หรือ 191 เพื่อแจ้งเหต

5. ถ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บขอให้รีบขอความช่วยเหลือจากบุคคลใกล้เคียงหรือรีบนำคนเจ็บส่งส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด

เอกสารในการแจ้งเคลม ค่าสินไหมทดแทน

ใบแจ้งความเสียหาย

 ใบเสร็จการรับเงิน

สำเนาหน้าตารางกรมธรรม์ภาคสมัครใจ / พ.ร.บ.

สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกัน (รับรองสำเนาถูกต้อง)

บันทึกประจำวัน (ถ้ามี)

 

ระยะเวลาการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน (เอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว)

1.ค่าเสียหายเบื้องต้นตามกรมธรรม์พ.ร.บ. ภายใน 7 วันทำการ

2.ค่ารักษาพยาบาล  ภายใน 7 วันทำการ

3.ค่าเสียหายเกี่ยวกับรถยนต์ กรณีลูกค้าสำรองจ่ายภายใน 15 วันทำการ

 

ขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

1. แจ้งความจำนงค์ขอยื่นเรียกค่าสินไหมทดแทน ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมกับบริษัทประกันคู่กรณี

2. ถ้าบริษัทประกันไม่ปฏิเสธ โดยทั่วไปจะให้ยื่นเอกสาร (โดยปกติจะส่งทาง fax)

3. เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่

   3.1 หนังสือแจ้งความจำนงค์พร้อมสำเนาหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

   3.2 สำเนาใบเคลมหรือรายละเอียดการซ่อมของคุณ และเอกสารที่ระบุวันรับรถและส่งคืนรถ

   3.3 สำเนาใบเคลมคู่กรณี

   3.4 สำเนาบัตรบัตรประชาชนพร้อมสำเนาหน้ากรมธรรม์ของคุณ (ถ้ามี)

   3.5 สำเนาทะเบียนรถ

4. ควรโทรไปสอบถามบริษัทประกันว่าเอกสารที่ส่งไปครบถ้วน ตัวอักษรชัดเจนหรือไม่ ใครรับเรื่อง หมายรับเรื่องที่เท่าไหร่ (จะได้ติดตามเรื่องสะดวกขึ้น) และจะติดต่อกลับเมื่อไหร่ 

 

*** การเตรียมควรตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อจะได้ไม่วุ่นวายในการยื่นเรื่องและเพื่อความรวดเร็วในการเรียนร้องค่าสินไหมทดแทน

 

 เทคนิคการเจรจา ค่าสินไหมทดแทน

1.การสร้างอำนาจในการต่อรองคือต้องมีฐานในการตัดสินใจที่ดี ข้อมูลที่คุณจะนำไปโต้แย้งต้องมีความน่าเชื่อถืออีกทั้งยังเป็นข้อมูลที่ถูกจะทำให้คู่กรณีไม่สามารถโต้แย้งเรากลับได้เมื่อเรามีข้อมูลที่ถูกต้อง

2.ต้องมีความรู้จริงในสิ่งที่คุณทำผิด เช่น เมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุและหาข้อโต้แย่งทางกฎหมายมาพูดนั้นข้อมูลนั้นต้องเป็นข้อมูลจริงๆที่ไม่ใช้ข้อมูลเท็จที่คุณสร้างขึ้นมาเมื่อมีการสอบสวนที่หลังคุณอาจจะโดนข้อหาเพิ่มก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อคุณจะโต้แย่งกับคู่กรณีควรหาข้อมูลจริงมาพูดจะดีกว่าและเพิ่มความน่าเชื่อถือ

3.ต้องมีเหตุ-ผลในการเจรจาทุกครั้ง

เมื่อเกิดเหตุแล้วสิ่งแรกที่ควรทำคือการตั้งสติและพูดอย่างมีเหตุผลเพื่อให้สถานการณ์ในที่เกิดเหตุไม่ตึงเครียดและสิ่งต่อมาคือมองหาความต้องการของคู่กรณีเพื่อที่จะยื่นข้อเสนอค่าสินไหมทดแทน ( ถ้าคุณเป็นฝ่ายผิด ) สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งตัวคือการเลือกวิธีการเจรจาเพื่อให้คู่กรณีคล้อยตามคุณและอย่างสุดท้ายใช้เวลาให้เกิดประโยชน์

4.ต้องมีอำนาจในการตัดสินใจ

เมื่อคุณมีการตัดสินใจที่ตรงไปมาและมีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือและพูดจาทีสามารถก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือก็อาจทำให้คู่กรณีเกรงใจคุณบาง

สรุปแล้วก็คือเมื่อเกิดอุบัติเหตุและฝ่ายคุณเป็นฝ่ายผิดควรตั้งสติและสำรวจรอบรถและแจ้งบริษัทประกันภัยและที่สำคัควรสังเกตรถขแองคู่กรณีว่ามีบาดแผลมากน้อยเพียงใดและบุคคลในรถว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไหม และเมื่อประกันมาแล้วและไกล่เกลี่ยได้ฝ่ายผู้กระทำผิดก็จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับคู่กรณี เป็นค่าทำขวัญและค่าเสียจ่ายต่างๆ

สามารถอ่านความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ที่นี้  คปภ.